
แล้วในเช้ามืดของวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จไปประทับที่พระราชวังไกลกังวล “คณะราษฎร” นำโดย พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนาก็ได้เข้ายึดอำนาจการปกครองแผ่นดินที่กรุงเทพมหานคร โดยเข้าควบคุมพระบรมวงศานุวงศ์บางพระองค์ และข้าราชการตำแหน่งสำคัญๆ ไว้เป็นตัวประกัน แล้วส่งหนังสือไปกราบบังคมทูลเชิญเสด็จนิวัติกลับพระนครเพื่อเป็นพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญการปกครองที่คณะราษฎรได้ทำขึ้น ซึ่งแม้ว่าพระองค์จะได้ทรงเตรียมพระราชทานอำนาจอธิปไตยนี้แก่ประชาชนอยู่แล้ว แต่เมื่อคณะราษฎรแสดงออกถึงความปรารถนาอันแรงกล้าเช่นนี้ พระองค์ก็มิได้ทรงถือทิฐิมานะ โดยทรงละพระบรมเดชานุภาพ ยอมรับการเป็นพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ และหลังจากเสด็จพระราชดำเนินกลับคืนสู่พระนครแล้ว ก็ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามฉบับแรก เมื่อวันที่ ๑๐ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๕
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระมหา กษัตริย์ที่ทรงเลื่อมใสการปกครองในระบอบประชาธิปไตย พระองค์ทรงพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่ยังมิได้ทรงทำการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ด้วยทรงคำนึงว่ายังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม แต่เมื่อคณะราษฎรได้ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองเสียก่อน ก็มิได้ทรงขัดเคืองพระราชหฤทัย ทรงยอมรับการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มพระราชหฤทัย ดังมีพระราชดำรัสว่า “ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่ เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร”