-
Join Group
-
Message Board
-
Start New Topic
-
Group Members
|
ในฐานะที่มีส่วนร่วม ปริมาณประมาณ เศษหนึ่ง ในส่วนเจ็ดพัน ของปริมาณพี่น้องชาวพม่าทั้งหมด
ที่มารวมตัวที่สะพานมัฆวาน ในบางคืน ที่ผ่านมา ขออนุญาตใช้สิทธิ์ ตะโกนดังดังว่า “พันตะมิต จู้ จู้” มาถึงวันนี้ (มันวันที่เท่าไหร่แล้ววา) พอดีตัวเลขมันคงเกินนิ้วมือทั้งหมดของผมที่มีอยู่ ขี้เกียจยกเท้าขึ้นมานับด้วย เลยขออนุญาตไม่นับก็แล้วกัน กระแสการต่อสู้ของ พันธมิตร ปช.ปช. (สำนวนคุณอาว์สุเทพ วงศ์กำแหง) เริ่มเข้าอยู่ในขั้น Stable ถ้าเปรียบเป็นรถแข่ง ต้องบอกว่า ตอนนี้อัตราเร่งคงที่แล้ว อยู่ที่ขั้นตอนเพิ่มความเร็ว เพื่อนำพาภารกิจของ พันธมิตร ปช.ปช. แล่นฉิวเข้าสู้เป้าหมาย แม้ในช่วงแรกๆ จะถูกเจาะยางด้วยวิธีการต่างๆ จากอำนาจรัฐ ไม่ว่าจะเป็นกระแสที่พยายามชี้นำด้วยสื่อต่างๆ ว่าภารกิจของพันธมิตร ทำให้รถติด ทำให้เศรษฐกิจชะงัก ,ได้คืบจะเอาศอก ฯลฯ หรืออีกร้อยแปดเหตุผล ที่พยายามทำลายความชอบธรรมของการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ แต่พอตั้งหลักได้ แกนนำทั้งห้า รวมทั้งแกนนำอื่นๆ ก็ยืนสาดแข้งโต้กับทุกฝ่ายที่พยายามโจมตีได้ทุกดอกเหมือนกัน จนคนที่ลังเล เริ่มเห็นความชัดเจนและ เอาสองมือล้วงกระเป๋า พาสองเท้าก้าวเข้ามาที่สะพานมัฆวาน กันอุ่นหนาฝาคั่งขึ้น |
Jun 7, 2008 1:38 PM |
|
จะไม่ขอพูดยาวถึงกลยุทธ์ ต่างๆ
แต่ขอพูดถึงสิ่งที่เห็นชัดเจนที่สุด ที่นายกฯ ยังไม่สามารถตอบคำถามสังคมได้ชัดเจน คือเรื่องของความจงรักภักดี ที่นายกฯ อ้างอยู่เสมอ แต่ไม่ทำอะไรเป็นรูปธรรม เรื่องนี้อาจจะพูดลำบากซักหน่อย แต่ผมอยากบอกว่า ประวัติศาสตร์บอกผมว่า มีคนบางคนแค่อ้างความจงรักภักดี เนื่องเพราะต้องการใกล้ชิดฝ่ายทหาร เพื่ออะไรคงไม่ต้องอธิบาย ทหาร (สมัยก่อนหน้านี้) จะมีความไวต่อภารกิจปกป้องราชบัลลังก์มาก ผมจะยกตัวอย่างใกล้ๆ เมื่อประมาณปี 2532 (จำพ.ศ.ไม่ได้แน่ชัด) จากเหตุการณ์ไข่แม้วดำ ไปปราศรัยมันปาก เลยเถิดจนจาบจ้างสถาบันที่สถานีรถไฟที่จังหวัดบุรีรัมย์ ขุนทหารในสมัยนั้น หลายคนถึงกับหนวดกระดิก จนต้องไข่แม้วดำถูกเรียก มาทำการขอพระราชทานอภัยโทษต่อพระบรมสาทิสลักษณ์ที่รัฐสภา เสียงบิ๊กจ๊อด บอกให้ไข่แม้วดำคุกเข่า ยังดังลอดออกมาจากจอทีวีข่าวภาคค่ำของททบ.5 ในคืนนั้น ทหารบางคนในปัจจุบัน แม้พยายามประกาศว่าจะเป็นทหารอาชีพ ไม่ยุ่งกับการเมือง คล้ายๆ ประเทศมหาอำนาจ และโลกตะวันตกหลายๆ ประเทศ ผมก็ต้องบอกว่า ...สาธุ ... ชอบแล้ว แต่ .. ช้าก่อน ภารกิจของทหารนั้นคือรักษาความมั่นคงของชาติ รักษาอธิปไตย และค้ำราชบัลลังก์ ประเทศเราต่างกับ หลายๆ ประเทศ และโลกตะวันตก คือเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ สถาบันพระมหากษัตริย์ของเรา เป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจ ที่ทำให้ชาติเราเป็นปึกแผ่น ผ่านพ้นวิกฤติสำคัญต่าง มาหลายต่อหลายครั้ง ไม่เช่นนั้น บ้านเราคงเกิดสงครามกลางเมือง แบบกรุงโมกาดิชชู หรือ คาบูล ไปแล้ว |
Jun 7, 2008 1:39 PM |
|
อันความมั่นคงของชาติเรานั้น
จะถูกบั่นทอนได้หลายแบบ เช่นศัตรูขับรถถังเข้ามารุกล้ำอธิปไตยกันซึ่งๆ หน้า ประการหนึ่ง หรือถ้าศัตรูไม่อยากใช้กำลัง มักใช้วิธีทำลายสถาบันกษัตริย์ ซึ่งถือว่าเป็นความมั่นคงของชาติที่สำคัญ ณ วันนี้ ขบวนการล้มล้างสถาบันมีอยู่ให้เห็นชัดเจน และเป็นขบวนการ ถึงแม้ทุกวันนี้ ความผาสุกโดยรวมของประชาชนจะลดต่ำลง จากการละเมิดกฎหมายของนักการเมืองขี้ฉ้อ ในฐานะชาวพม่าผู้จงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยอย่างผม ไม่ ... แม้แต่จะเรียกร้องให้ทหาร ออกมาสร้างความผาสุกให้ชาวพม่าอย่างเรา แต่แค่อยากเห็น นายทหารที่คุมกำลังซักคน ออกมาประกาศปกป้องสถาบันสูงสุดของเราด้วยชีวิต ดังที่เคยได้เปล่งวาจาไว้ .. เพื่อความมั่นคง และอธิปไตยของชาติไทย ... ก็เท่านั้นเอง ... ที่(พม่า)อยากเห็น.. |
Jun 7, 2008 1:39 PM |
|
อ่านที่พี่นก เขียนระบายแล้วใจหายครับ แต่พวกเราประชาชนจะสู้ต่อไปใช่มั้ยพี่ เมื่อกี้จ่าโยก็เพิ่งโทรมาระบายก่อนจะขึ้นรถไฟกลับพิษณุโลก คล้ายๆกับที่พี่พูดเลย จิตสำนึกคนไทยเวลานี้หายไปไหนหมด
วันนี้ว่าจะกลับเที่ยงคืน แต่พอหวนกลับมาคิด เลยว่าจะย้อนกลับไปมัฆวานดีกว่า เพราะกลัวพี่จะเคือง แต่แล้วแรงตีนเหยียบคันเร่งยิ่งแรงขึ้นไปอีกเมื่อ ผ่าน อตก เสียงเพลงกระหึ่ม ดังจากเธคทั่วทุกสารทิศ ผ่านกระจกเข้ามาในรถ จนเลือดรักชาติ ในกายพุ่งปรี้ดดดดด "กูจะกลับบ้านได้ไงวะ เพราะตอนนี้บ้านของกู คือเมืองพันธมิตร มัฆวาน พ่อแม่พี่น้องรอเราอยู่ กูจะละทิ้งหน้าที่นั้นได้อย่างไร " พอไปถึงราวตี 2 พยายามโทรหาพี่ นก แต่ไม่ได้รับสาย ถามแยมบอกเจอแว้บนึง ถามหนึ่งบอกออกไปแล้วกับใครคนนึง เลยนั้งเฝ้า นอนเฝ้า จ.1 อยู่จะนอนก็ไม่หลับ เพราะอบอ้าวเหลือเกิน ทั้งที่ฝนก็ตกลงมาได้พักใหญ่ จนเช้าราว 8.30 ช่วยกันขยับแนวรั้วเข้า มีกันไม่ถึง 10 คน แล้วไปนั่งดูพี่ปอง น้องเก๋ กะเจ้าหนึ่งที่หน้าเวที เพราะ คิดว่าคงจะไม่ได้ไปอีกหลายวันอยู่เหมือนกัน เพราผู้ใหญ่ที่บ้านเริ่มออกมาตักเตือน แต่มีรึ ที่เราจะยินยอม ไม่อยากพลาดค่ำวันจันทร์ที่ 9 นี้เลย เพราะเป็นวันที่หัวใจของพวกเราพันธมิตร และคนไทยที่ดู ASTV จะได้พองโตกันอีกครั้ง เพราะเป็นวันครบรอบที่พระองค์ท่านครองราชย์ 62 ปีของพ่อเรา พ่อของคนไทย คนที่เรารักและเทิดทูนบูชา สุดชีวิต และสุดหัวใจ ดูเหมือนว่าพวกเราจะจัดกันเองโดยไม่มีรัฐบาล ประกาศเฉลิมฉลองแต่อย่างใด งานนี้พวกเราพันธมิตร จะแสดงให้เราชาวไทย และชาวโลกได้เห็นอีกครั้งว่า " We Love The King...We Love Thailand" แล้วเจอกันพี่ |
Jun 7, 2008 8:32 PM |
|
จากกลุ่มโจรที่มีอุดมการณ์เดียวกัน
จับมือจัดตั้งกองโจร
ประกอบกิจกรรมปลิ้นปล้อน
ประกาศนโยบายโกงกิน
ซ่องสุมแสวงหาอำนาจ
ลักลอบปล้นสิทธิ์...ปล้นเสียง
เดินเรียงหน้าเข้าสภา
เจรจาเรื่องผลประโยชน์
จัดสรรแบ่งบันโฉนด
คนโฉดจะครองแผ่นดิน.
Posted by KEERATHI OBAMA
|
Jun 8, 2008 2:45 AM |
|
ไม่ง่าย ... ไม่ง่าย ..
จนถึงวันนี้ผ่านมา ๒๐ กว่า วัน สถานการณ์การต่อสู้ที่หลายคนยังเดาไม่ออกว่าจะจบยังไง สื่อกระแสหลักยังคงเมินเฉย บางฉบับเขียนในบทบรรณาธิการด้วยซ้ำว่า พันธมิตรกำลังถูกโดดเดี่ยว แต่ผมไม่ค่อยสนใจสื่อพวกนี้เท่าไหร่ เพราะการต่อสู้ที่ผ่านมา สื่อกระแสหลักไม่เคยให้ความสำคัญกับพันธมิตรอยู่แล้ว การรวมพลครั้งใหญ่เมื่อปี ๔๙ ที่เรามากันเต็มสนามหลวง หรือคืนที่เรายืนกันเต็มตั้งแต่มัฆวานฯ ยาวเหยียดไปจนหน้าทำเนียบ สื่อก็ลงให้เราเพียงกรอบเล็กๆ ผมจึงไม่เคยหวังพึ่งพาสื่อเหล่านี้ ความวางเฉยของทหารหาญ ที่มีหน้าที่ปกป้องสถาบัน ซึงเราไม่เคยเรียกร้องให้ออกมาใช้กำลังเพื่อรัฐประหาร หรือขัดแข้งขัดขาใคร แต่แค่อยากเห็นคำประกาศความถูกต้อง จากผู้มีหน้าที่ปกป้องอธิปไตย ... ภายใน กันยายน นี้ ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง (รัฐบาล) ผู้นำเหล่าทัพต่างๆ คงหมดวาระ และเกษียณอายุไป ที่น่าจับตามมองคือ ทัพอากาศ และทัพเรือ ขอย้ำว่า ..ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในฟากรัฐบาล ทหารในระบอบทักษิณ ก็จะเข้ากุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ส่วน ผบ.สส. และผบ.ทบ. นั้น มีทางเปลี่ยนแปลงดังนี้ |
Jun 13, 2008 1:56 AM |
|
หาก ผบ.ทบ.คนปัจจุบัน เล่นบทซุ่มเงียบดังที่ทำอยู่นี้
นั่นหมายถึงการพยายามซื้อใจ และวัดใจนายกคนปัจจุบัน (หากไม่มีการเปลี่ยนแปลง) หากซื้อใจได้สำเร็จ ด้วยบทบาทสงบเงี่ยมเจียมตัวแบบนี้ อาจได้นั่งเก้าอี้นี้ต่อไป แต่ส่วนตัวผมว่ามีแนวโน้มสูง ที่จะถูกโยกไปนั่ง ผบ.สส.แทน พล.อ.บุญสร้าง ที่จะเกษียณอายุราชการ แล้วเอาคนที่เขาสั่งได้ มานั่งแทน ในปลายเดือน กย.นี้ จับตาดูให้ดู ช่วง กย. นี้ ฝ่ายทหารจะมีการเคลื่อนไหว การเคลื่อนไหวของม๊อบมวลชนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นม๊อบอีแต๋น ,ม๊อบหอมกระเทียม ,ม๊อบรถบรรทุก ฯลฯ หากมองในแง่ดี อาจอธิบายได้ว่า นั่นคือการเสื่อมของระบอบทักษิณ คล้ายๆ พวกแชร์ลูกโซ่ ที่กำลังจะล้ม เมื่อไม่มีเม็ดเงินอัดฉีดเข้ามาหล่อเลี้ยง อาจคิดได้ว่า รากหญ้าตาสว่างขึ้น หากมองให้ลึกๆ จะรู้สึกว่า การปฏิบัติงานของ “ซ้ายเหยี่ยว” ที่รับใช้ระบอบทักษิณ ยังไม่เข้มข้น และกระชับเหมือนแต่ก่อน ปฏิบัติการของซ้ายเหยี่ยว ทำอะไร .... ก็ปล่อยข่าวลือ ปลุกระดม โปรยใบปลิว (ที่ทำกันบ่อยๆ ในยุคเฟื่องฟูของระบอบทักษิณ) ซึ่งเป็นกลยุทธ์เก่าๆ ที่ซ้าย กับขวาใช้ต่อสู้กัน ก่อนนโยบาย 66/23 จุดอ่อนของปฏิบัติการเช่นนี้คือ ใช้ได้ผลในช่วงแรกๆ แต่เมื่อระบบการสื่อสารพัฒนาขึ้น หากใครไม่พูดความจริง ก็ต้องพ่ายแพ้ในพื้นที่นี้ |
Jun 13, 2008 1:57 AM |
|
แต่ข้อสงสัยของผมก็คือ กลุ่มม๊อบพวกนี้ เขาลุกฮือจริงหรือเปล่า ???
ผมเชื่อ ว่าเขากำลังเดือดร้อน ... แต่ ภาพเก่าๆ ผุดขึ้นมาในหัวผม กับม๊อบคาราวานคนจน ม๊อบรถอีแต๋น เมื่อปี ๔๙ ที่ถูกจัดตั้งมาประจันหน้ากับม๊อบพันธมิตร การเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนต่างๆ สร้างความสั่นคลอนต่อเสถียรภาพรัฐบาลพอสมควร คนที่เดือดร้อนท่สุดเครียดที่สุด ไม่พ้น นายกนอมินี ที่พะวงว่าเก้าอี้จะหลุด นั่งกุมขมับทุกวัน อีกคนคือ เหลิม บางบอน ทั้งสองคนนี้คือข้าวนอกนาของพรรคพังประชาชน ที่เชื่อได้ว่า เสร็จศึกนี้ก็เตรียมกลับไปเลี้ยงหลาน หรือหาที่ลี้ภัยได้เลย เพราะโดนเช็คบิลล์แน่ และที่แน่ๆ คือ พรรคพังประชาชน ไม่เอา และไม่อุ้มสองคนนี้ต่อไปแน่ จึงถือเป็นศึกครั้งสุดท้ายของสองคนนี้เช่นกัน ในขณะที่ลูกหาบอื่นๆ ของพรรคพังประชาชน ปิดปากสนิท ปล่อยให้พันธมิตรกระหน่ำเป้าหลอกสองเป้านี้ จนเป๋ไปเป๋มา จะมีออกมาเจาะยางบ้าง ก็เป็นไปตามบทบาทของลิ่วล้อที่ดีเท่านั้น เช่นโฆษก ต่างๆ ....แล้วที่เหลือ ทำอะไร |
Jun 13, 2008 1:57 AM |
|
ผมเชื่อว่า การแสดงพลังของม๊อบอีแต๋น หรือม๊อบอื่นๆ
ได้รับไฟเขียวจากผู้จัดตั้งแล้ว และออกมาเพื่อแสดงแสนยานุภาพ บวกกับความเดือดร้อนของเขาจริงๆ ...แต่สิ่งที่สำคัญคือไฟเขียว .... การออกมาเช้า แล้วบ่ายกลับ เหมือนมาแสดงพลัง แต่ไม่กดดันถึงที่สุด ชวนให้ผมคิดได้ ...ม๊อบพวกนี้ยังอยู่ในที่ตั้ง ที่ที่เคยตั้งอยู่… แล้วทำไมนายใหญ่ ถึงไม่สั่งผู้จัดตั้ง ให้รวมกันแบบคาราวานคนจน มาชนกับพันธมิตรแบบคราวที่แล้ว ประการหนึ่งคือ ขาดความชอบธรรม เพราะคนพวกนี้เขาเดือดร้อนจริงๆ ประการสองคือ หากเกิดเหตุการณ์ม๊อบชนม๊อบ จะเป็นเงื่อนไข ที่สังคมค่อนข้างเอนเอียงไปทางฝ่ายพันธมิตร ประการสามคือ ไหนๆ ก็เดือดร้อนแล้ว ออกมาเขย่ารัฐบาลเล่นๆ เขย่ารัฐบาลทำไม ก็พรรคนี้เขาพร้อมสำหรับการเลือกตั้งใหม่มาตั้งแต่ในมุ้ง ขณะที่คู่ต่อสู้อย่างพรรคประชาธิปัตย์ แสดงออกให้เห็นแล้วว่า ตอนนี้ยังไม่พร้อมจริงๆ ประชาธิปัตย์ ไม่กล้าแตกหัก ไม่กล้ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ กลับใช้ช่องเข้าซบวุฒิสภา เพื่ออภิปรายสองสภาร่วม โดยไม่ลงมติ เพราะขืนยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจไป ผลสุดท้ายมีแต่ยุบสภา พรรคมารห้าพรรค ไม่มีทางชิ่งมาจากฟากรัฐบาลแน่นอน ปชป.จึงกลัวการยุบสภา กลัวการเลือกตั้งใหม่ เพราะตัวเองยังไม่พร้อม |
Jun 13, 2008 1:58 AM |
|
สำหรับพรรคพังประชาชน การเขย่าเสถียรภาพรัฐบาล เพื่อยุบสภานั้น เป็นเรื่องขนม
ถ้านายใหญ่จะโยนเศษเงินมาซักห้าพันล้าน เพื่อเลือกตั้ง ยึดสภาอีกครั้ง แล้วถีบข้าวนอกนาสองหน่อ ออกจากสารบบ พร้อมเชิดผู้นำคนใหม่ที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไข ขึ้นมาสู้ต่อ วันนี้ สถานการณ์ของ หมัก – เหลิม ลำบากยิ่งนัก หมัก ลาออกนั้น ไม่มีผลดีต่อตัวเอง แต่อาจมีผลดีต่อพรรค ที่จัดนอมินีเลือดเนื้อเชื้อไขขึ้นมานั่งเป็นนายกต่อ ส่วนจะหวังให้การเมืองเปลี่ยนขั้ว ตัวแปรอยู่ที่ห้าพรรคมาร แต่คงยาก ส่วนถ้าหมัก จะยุบสภา นั่นหมายถึงจบชีวิตทางการเมืองทันที ส่วนพรรคพังประชาชนก็เหนื่อยอีกครั้ง แต่ยินดี (เพราะคนอื่นก็เหนื่อยด้วย) แต่อย่าลืมตัวแปรสำคัญ อยู่ที่การถูกตัดสินคดีของนายใหญ่ (ผมว่าไม่น่าเกิน ๓ เดือนจากนี้ไป) ซึ่งตอนนี้เข้าสู่ศาลเพียงคดีเดียว คือ คดีที่ดินรัชดาฯ แต่ถ้าศาลรธน.ตีความอำนาจหน้าที่ของคตส. เสร็จในเร็ววัน คตส.ส่งฟ้องทัน จะมีหลั่งไหลเข้าไปอีกหลายคดี แต่ถ้าไม่ทันจนหมดอายุคตส. ต่อไปเป็นหน้าที่ของปปช.ที่จะไปยื้อกับอัยการต่อ ก็คงอีกนาน หรือถ้านายใหญ่เข้าคุก (เพียงคดีเดียวนี่แหละ) แล้วเงินยังอยู่ครบล่ะ เฮ้อ ไม่อยากคิด ส่วนคดียุบพรรคนั้น ผมมองข้ามไป เพราะคงไม่มีผลต่อรูปแบบการเมืองเท่าไหร่ ตัวแปรที่สอง คือ การเคลื่อนไหวของฝ่ายทหาร ก่อนช่วงกันยายนนี้ ถึงตอนนี้ยังไม่มี แต่ ต้องจับตาดูไว้ ถ้าจะให้ผมเดา สุดท้าย หมัก จะเลือกยุบสภา (เพื่อความที่คิดว่าสะใจ) แล้วกลับไปเลี้ยงหลาน รอฟังคำพิพากษาศาลฎีกาอยู่ที่บ้าน |
Jun 13, 2008 1:58 AM |
| Americas | Europe | Eastern Europe Asia Pacific |
Coins