Messages
Topic:
ชาติที่คอร์รัปชั่นต่ำ มักสุขมาก-รวยมาก
ชาติที่คอร์รัปชั่นต่ำ มักสุขมาก-รวยมาก
โดย นงนุช สิงหเดชะ
หยิบ เรื่องนี้มาเขียน เพื่อเป็นหลักฐานพิสูจน์ยืนยันว่าเรื่อง คอร์รัปชั่น นั้นมีผลอย่างมากทั้งต่อความสุขของคนในชาติและต่อเศรษฐกิจของประเทศ นั่นก็คือว่า ยิ่งประเทศไหนที่มีระดับคอร์รัปชั่นต่ำ ประชาชนของประเทศนั้นมักมีระดับความสุขสูงกว่าและที่สำคัญร่ำรวยกว่าประเทศ ที่มีปัญหาคอร์รัปชั่นสูง
นำเรื่องนี้มาเกริ่นเพื่อกระตุ้นเตือน ให้ คนจำนวนไม่น้อยในเมืองไทยที่มี ทัศนคติว่านักการเมือง โกงไม่เป็นไร ขอให้มีผลงาน ได้ลองไตร่ตรองดูใหม่สักครั้งว่าถ้ายังอยากมีชีวิตดีขึ้นอย่างถาวรนั้นยังจะ สนับสนุนให้มีการโกงหรือไม่ เพราะดูจากโพลก่อนวันเลือกตั้ง 23 ธันวาคม ทัศนคติของคนจำนวนมากก็ยังสนับสนุนให้มีการซื้อสิทธิขายเสียง และยอมรับรัฐบาลที่โกงแต่มีผลงานได้
ถ้า คนไทยส่วนใหญ่เป็นอย่างโพลข้างต้นจริง คือยอมรับการคอร์รัปชั่นแล้วละก็ วันหลังอย่าได้บ่นหรือโวยวายอีกว่าทำไมไม่หายจนเสียที หรือบ่นว่าทำไมประเทศชาติไม่พัฒนาไปกว่านี้เสียที (หรือบ่นเสร็จก็ควรเขกหัวตัวเองด้วย) เพราะการโกงนั้นเกิดขึ้นโดยลำพังไม่ได้ แต่เกิดจากค่านิยมของสังคมที่ไปสนับสนุนพฤติกรรมนั้นด้วย
เมื่อ สัปดาห์ที่แล้ว นายนิโคลัส ซาร์โกซี่ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ออกมาพูดว่า กำลังจะให้นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล อาทิ นายโจเซฟ สติกลิตซ์ อดีตรองประธานธนาคารโลกและนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล (คนนี้ค่อนข้างจะคัดง้างกับสหรัฐมากเรื่องแนวคิดเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องเขตการค้าเสรี) มาช่วยสร้างเครื่องมือใหม่เพื่อใช้วัด ความเป็นอยู่ที่ดี หรือ ความสุข ของชาวฝรั่งเศส นั่นคือการวัดความเจริญเติบโตของประเทศจะต้องคำนึงเรื่อง คุณภาพชีวิต ด้วย
ซึ่ง นายสติกลิตซ์เองก็ชี้ว่านักเศรษฐศาสตร์หลายคนรู้สึกมานานแล้วว่าลำพังจี ดีพี (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ) อย่างเดียว ซึ่งคำนวณจากผลผลิตของสินค้าและบริการนั้นไม่ใช่มาตรการที่ดี เพราะไม่สามารถวัดความเปลี่ยนแปลงด้านความกินดีอยู่ดีของประชาชนได้
การ ที่นายซาร์โกซี่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพราะฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในกว่า 100 ประเทศทั่วโลกตั้งแต่ภูฐานยันสหรัฐอเมริกา ไปจนถึงสหภาพยุโรปที่กำลังหาทางสร้างเครื่องมือใหม่ในการวัดความเติบโตของ ประเทศ โดยทางองค์การความร่วมมือเศรษฐกิจและการพัฒนาหรือโออีซีดี ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม 30 ประเทศ ดำเนินการเรื่องนี้มา 3 ปี แล้วเช่นเดียวกับองค์กรอื่นๆ อีกหลายองค์กรทั่วโลก โดยโออีซีดีประชุมครั้งแรกไปเมื่อปลาย ค.ศ.2004 และประชุมครั้งที่สองไปเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว โดยคราวนี้ประชุมร่วมกับธนาคารโลก สหประชาชาติ และองค์กรที่ประชุมอิสลาม มี 130 ประเทศร่วมประชุม
ผลการประชุมสรุปว่าต่อไปประชาชนควรมีส่วน ร่วมในการจัดทำมาตรการที่ใช้วัด ความก้าวหน้าของประเทศ ซึ่งหมายความว่าประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนด นิยาม ว่าอะไรคือเครื่องชี้วัดความเจริญก้าวหน้า เพราะตัวเลขทางเศรษฐกิจของระบบเดิมหรือระบบจีดีพีนั้น ประชาชนรู้สึกว่าเป็นตัวเลขที่ไม่น่าเชื่อถือและไม่ให้ความสนใจเพราะไม่ได้ สะท้อนความเป็นจริงของชีวิต
Jul 4
3:14 AM
เอ็นริโก จิโอวานนีนี่ หัวหน้าโครงการค้นหามาตรการใหม่แทนจีดีพีของโออีซีดี บอกว่า ในปัจจุบันโลกกำลังเผชิญ วิกฤตวัยกลางคน เพราะประชาชนกำลังรู้สึกหลงทาง เพราะนับจากสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมานั้นโลกให้ความสำคัญกับเรื่องการ เพิ่มผลผลิตมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในปัจจุบันเมื่อสิ่งแวดล้อมถูกทำลายมากเข้า ทำให้มุมมองของประชาชนเปลี่ยนไปและเริ่มตั้งคำถามใหม่ๆ ขึ้นมาว่าสิ่งที่ดำเนินอยู่นี้เป็นหนทางที่ถูกต้องแล้วหรือ
อีกอัน หนึ่งที่เกี่ยวเนื่องกันก็คือ ผลการศึกษาของ ดร.ลูอิซ่า คอร์ราโด แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ของอังกฤษ ชี้ให้เห็นว่าความเกี่ยวพันระหว่างปัจเจกบุคคลกับสถาบันต่างๆ ของประเทศและสังคมนั้นมีความสำคัญมาก โดยจากผลการสำรวจประชาชนสองหมื่นคนในสิบห้าประเทศของสหภาพยุโรป ในหัวข้อที่ครอบคลุมตั้งแต่ความพอใจในชีวิต,ความไว้วางใจในรัฐสภาและตำรวจ, ระบบกฎหมาย,การคำนึงถึงประโยชน์ผู้อื่นหรือส่วนรวม พบว่าประชาชนของประเทศเดนมาร์ก และประเทศแถบยุโรปเหนือมีคะแนน ความสุข สูงที่สุด ส่วนประเทศแถบยุโรปใต้ มีคะแนนความสุขต่ำที่สุด
ดร. คอร์ราโดยังได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมอีกว่า ประเทศซึ่งร่ำรวยที่สุดและยังมีความสุขมากที่สุด ซึ่งได้แก่ กลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย (นอร์เวย์,เดนมาร์ก,สวีเดน) ลักเซมเบิร์กและเนเธอร์แลนด์ (ซึ่งล้วนเป็นประเทศยุโรปเหนือ) มักได้รับคะแนนธรรมาภิบาลหรือความโปร่งใสสูงโดยอยู่ลำดับบนสุดตามการจัด อันดับของธนาคารโลกด้วย ส่วนประเทศในยุโรปใต้ได้คะแนนธรรมาภิบาลต่ำที่สุด
นอก จากนี้ ดร.คอร์ราโดยังสรุปว่า แรงขับดันสำคัญที่ทำให้ประชาชนแต่ละประเทศมีความเป็นอยู่ที่ดีก็คือระดับของ ความไว้วางใจที่ปัจเจกบุคคลมีต่อสถาบันต่างๆ ของประเทศและสังคม ยกตัวอย่างเช่นประเทศที่มีการคอร์รัปชั่นต่ำมักมีความเป็นอยู่ที่ดีในระดับ สูงที่สุด
ดังนั้น จะเห็นว่าความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส การมีคอร์รัปชั่นต่ำมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งจะสังเกตเห็นว่ารายงานขององค์กรเพื่อความโปร่งใสระหว่างประเทศทุกปีนั้น ชาติยุโรปเหนือติดอันดับบนสุดเสมอ คือได้คะแนนความโปร่งใสสูง
ดัง นั้น ถ้าชาวไทยส่วนใหญ่ ยังเลือกนักการเมืองเพราะเห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้าของตน ไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวม นิยมการซื้อสิทธิขายเสียง ก็ต้องยอมรับสภาพว่าเมืองไทยก็คงไม่พัฒนาไปกว่านี้ ความจนก็ไม่บรรเทาลง
อัน ที่จริงคนจนจริงๆ นั้นมักเป็นผู้ขยันขันแข็งทำมาหากิน ไม่ชอบแบมือขอจากใคร แต่ทุกวันนี้มี คนจนปลอมจำนวนมากที่ชื่นชอบประชานิยม (แจกเงิน) เพราะมันง่ายดี (ถ้าทักษิณอยู่ต่อ รับรองจะได้เห็นหนี้โผล่อีกเพียบ ตอนนี้ยกตัวอย่างแค่บ้านเอื้ออาทรก่อน ขนาดสร้างแค่ครึ่งเดียว ไม่เต็มตามแผนของรัฐบาลทักษิณ การเคหะฯยังต้องแบกหนี้หน้ามืด 5 หมื่นล้านบาท ใครว่าประชานิยมไม่มีผลเสีย)
อยากจะเพิ่มเติมด้วยว่า ประเทศยุโรปเหนือที่ร่ำรวยที่สุดและยังมีความสุขที่ สุดนั้น ล้วนปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์เป็นประมุข คือ สวีเดน นอร์เวย์ เดนมาร์ก ลักเซมเบิร์ก (กรณีลักเซมเบิร์กนี้ปกครองด้วยระบอบราชาธิปไตยด้วยซ้ำไป แต่เศรษฐกิจดีมาก)
ดัง นั้น จะเห็นว่าระบอบกษัตริย์ไม่ได้เป็นอุปสรรคขัดขวางการพัฒนาประเทศ แต่กลับช่วยส่งเสริมความเจริญ ถ้าหากสถาบันทางการเมือง สถาบันอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและภาคพลเมืองมีคุณภาพ มีจิตสำนึกต่อสังคมมากพอและที่สำคัญมีค่านิยมที่เอื้อต่อการพัฒนา ประเทศนั้นก็จะพัฒนาได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืนด้วย ไม่ใช่ฟูๆ แฟบๆ
ดัง นั้น การที่นักการเมืองในไทยบางแก๊ง มาโอหังอวดอ้างว่า ทุนสามานย์ ดีกว่าศักดินาล้าหลัง นั้นเราต้องจับพวกนี้โยนทิ้งทะเล เพราะชื่อว่า สามานย์ ยังไงก็ สามานย์ วันยังค่ำ
Jul 4
3:15 AM