เมื่อวัตถุกระทบกันก็เกิดเสียงดังขึ้น
ลมพัดแผ่วเบา อาจจะไม่ได้ยิน แค่รู้สึก
เรารู้สึกได้ด้วยประสาทสัมผัส
เราได้ยินเมื่อเสียงมากระทบโสตประสาท
“มาดูเถิด” เสียงพระองค์เรียก
“เราพบพระแมสสิยาห์แล้ว” เสียงบอกต่อ
เสียงที่พระเจ้าทรงเรียก เพื่อประกาศให้ได้ยิน
เสียงดังฟังชัดเจน
ประสบการณ์ของแต่ละคนได้ยินเสียงอะไรมากที่สุด
เสียงจากภายนอก หรือเสียงจากภายใน
เสียงในจิตสำนึกของเราดังตลอดเวลา
เสียงในมโนธรรมของเราดังตลอดเวลา
เสียงของพระเพราะเสนาะเฉพาะคน
เสียงที่ให้ทำดีหนีชั่วเอาตัวรอดไปสวรรค์
เสียงที่ได้ยินทุกวันทุกเวลาจนเคยชิน
เสียงของพระเจ้าในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
เสียงที่จะปิดหรือเปิดหู เสียงก็ดัง
เสียงนี่แหละที่อยู่คู่กับเราตั้งแต่เกิด
“จงกลับใจ และเชื่อข่าวดีเถิด” (มก. 1:15)
พระองค์ทรงชี้ทางให้กระทำ ให้ปฏิบัติ ให้ออกเดิน และติดตาม
“จงตามเรามาเถิด” (มก. 1:17)
ไม่มีทางแยก ไม่มีตัวเลือก มีทางตรง มุ่งตามติดพระองค์
โลกปัจจุบันเสนอทางเลือก เปิดกว้างสุดๆ
เมื่อเริ่มออกเดิน ไม่รู้จะไปทางไหน
โลกกว้างสุดๆ แล้วจะเริ่มต้นทางไหนดี
ทางของพระเจ้าดูเหมือนแคบๆ
ทำไมพระองค์ให้เราเข้าทางประตูแคบ
ทางแห่งความดีที่ทรงเลือกสรรให้คนที่ปรารถนาจะดี
เลือกที่จะดำเนินเดินตาม มิใช่ทางเดิมๆ ที่ใครๆ ก็เดิน
มิใช่ทางสบายๆ ไปแล้วไม่รู้ไปไหน
เราถูกเลือกให้เลือก ให้เดินถูกทาง
เราถูกเลือกให้เลือกทำแต่ความดี
เราถูกเลือกให้เลือกทางแคบ และแคบที่สุด
เราถูกเลือกให้เลือกทางของพระเยซู